Select Page

ความเป็นมาและเป็นไปของการพนันที่มาเก๊า

การพนันที่มาเก๊าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายตั้งแต่ ปี ค.ศ.1850 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การเติบโตของอุตสาหกรรมการพนันที่มาเก๊าก็เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยเป็นที่รู้จักกันในนาม “มอนติ คาโร ออฟ เดอะ ออเรียล” และมุ่งสู่จุดสูงสุดด้วยการที่ได้รับการพิจารณาให้เป็นจุดหมายแห่งการเล่นพนันของโลกตามลาสเวกัสและแอตแลนติคซิตี้  ในตอนแรกมาเก๊ามีเพียงเกมส์พนันที่เป็นของจีนเก่าแก่เท่านั้น ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เกมส์พนันในคาสิโน เช่น รูเลต, แบล็คแจ็ค, และโป๊กเกอร์ ได้เข้ามาบทบาทในดินแดนตะวันออกนี้96667554_macau_217442c

จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ของการพัฒนาอุตสาหกรรมการพนันในมาเก๊าเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1962 เมื่อรัฐบาลมาเก๊าอนุญาตให้นายสแตนลี่ย์ โฮ นักธุรกิจชาวฮ่องกงผู้นำสมาคมที่ชื่อว่า “Sociedade de Turismo e Diversoes de Macau (STDM)” รับสิทธิ์ในดำเนินงานการพนันทุกรูปแบบในมาเก๊า การตลาดของสมาคมนั้นมีความทันสมัย มีการปรับปรุงเรื่องการเดินทางสู่มาเก๊าให้สะดวกขึ้น ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากฮ่องกงให้มาแสวงโชค

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2001 สมาคม STDM ได้หมดวาระลง มาเก๊าได้ถูกเปลี่ยนถ่ายมาอยู่ใต้อำนาจการปกครองของจีน ในปี ค.ศ. 2002 รัฐบาลได้ยกเลิกการผูกขาดธุกิจการพนันแต่เพียงผู้เดียวและได้ออกอนุญาตให้ผู้ประกอบการคาสิโน 6 แห่ง ได้แก่ Sociedade de Jogos de Macau (ซึ่งก็มาจากสมาชิกเดิมของกลุ่มSTDMนั้นเอง เปลี่ยมมาใช้ชื่อ SJM holding), ลาสเวกัส แซนด์, วินน์ รีสอร์ท, เอ็มจีเอ็ม มิราจ, แพนซี โฮ ชิว-คิง, และกาแลคซี่ เอ็นเตอเทนเมนท์กรุ๊ป ซึ่งธุรกิจการพนันเหล่านี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ในปี ค.ศ.2011 นั้นคาสิโนชั้นนำอย่าง SJM Holding ได้คุยโว้ว่าทำรายได้ถึงเจ็ดพันล้านดอลลาร์

macau-casinos1      แต่โชคไม่ได้เข้าข้างธุรกิจการพนันเสมอไป ช่วงเวลาแห่งความมั่งคั่งของมาเก๊าได้ชะงักลง เพราะเงินส่วนใหญ่ในการพนันนั้นเป็นทางออกของชาวจีนในการกอบโกยเอาผลประโยชน์ ซึ่งมาเก๊าถูกกล่าวหาว่าเป็นที่ที่อาชญากรและบางองค์กรใช้เป็นที่ฟอกเงิน, เป็นกองทุนอาชญากรรม, เก็บซ่อนเงินที่มาจากการคอรัปชั่น กรมสรรพากรมาเก๊าได้รับการร้องเรียนอย่างหนักจากเกี่ยวกับเงินจำนวนมหาศาลว่ามาจากเหล่านักพนันผู้ที่เป็นบุคคลชั้นสูง พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในคาสิโนมีห้องดำสำหรับแขกวีไอพีทางเข้าออกทางด้านหลัง ซึ่งนั้นคือกุญแจหลักเมื่อเจ้าหน้าพบว่าห้องดำเชื่อมโยงเกับการคอรัปชั่น อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเป็นได้ยากพราะส่วนนี้ของคาสิโนไม่ได้ถูกดำเนินงานโดยคาสิโนนั้นๆ แต่ดำเนินการโดยบริษัททัวส์เพื่อการพนัน ซึ่งเจ้าของธุรกรรมเป็นบริษัทจากอเมริกา ดังนั้นในปี ค.ศ.2013 ได้มีการร้องเรียนไปยังรัฐสภาของสหรัฐอเมริกาตรวจสอบรายได้กว่าสองพันล้านดอลลาร์จากบริษัททัวส์เหล่านั้น

จากความไม่โปร่งใสของห้องดำวีไอพีและข้อกล่าวเกี่ยวการคอรัปชั่นนำไปสู่การประกาศปราบปรามคอรัปชั่นในมาเก๊า ทั้งผู้นำระดับสูงและบริษัทท่องเที่ยวเป็นเป้าหมายหลักในถูกการตรวจสอบของรัฐบาลจีน มีการห้ามนำเงินครั้งละมากกว่า 3,000 ดอลลาร์ออกจากจีนและยังห้ามนำเงินออกมากกว่า 50,000 ดอลลาร์ต่อปีออกจากจีนด้วย เพราะมีการคาดว่า 80% ของเงินพนันมาจากบุคคลชั้นสูง ซึ่งกฎนี้มีผลกระทบมากต่อธุรกิจการพนันในมาเก๊า กฏหมายควบคุมคาสิโนมีการบังคับใช้ชัดเจนและรัดกุม ทำให้ในตอนต้นของ ปี ค.ศ.2015 รายได้ของมาเก๊าลดลง 38.8% แม้กระทั่งในช่วงตรุษจีนรายได้ของปี 2015 ยังต่ำกว่าปี 2014 ถึง 30%

คาสิโนในมาเก๊าจึงต้องมุ่งมั่นเพื่อความอยู่รอด ซึ่งคาสิโนส่วนใหญ่ที่มีรีสอร์ทได้เปลี่ยนแนวคิดไปที่การพักผ่อน, ความบันเทิง, และการประชุมทางธุรกิจ bigcasinoskyfallธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในมาเก๊าถูกบังคับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งดูเหมือนรัฐบาลจีนจะประสบความสำเร็จกับการกวาดล้างคอรัปชั่นในมาเก๊า อย่างไรก็ตามการจัดการปัญหานี้ยังไม่ตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าจะตรวจสอบเงินที่มาจากการคอรัปชั่นในรูปแบบใด การกวาดล้างอาจแค่ปิดบางบริษัท แต่ก็ยังอาจมีแนวทางคอรัปชั่น
ใหม่เกิดขึ้น มันเป็นความท้าทายระหว่างรัฐบาลที่จะกำจัดคอรัปชั่นกับความอยู่รอดของธุรกิจคาสิโน ซึ่งต้องติดตามดูกันต่อไปว่าผลกระทบนี้จะทำให้ธุรกิจการพนันที่มาเก๊าในอนาคตจะเป็นเช่นไร.