Select Page

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายของคืนวันเสาร์ ทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล ต้องบุกไปเยือน ทีมปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ ซึ่งนัดนี้บอกได้ว่าคืนกำไรให้คนดู เพราะทั้งสองทีมเปิดเกมบุกใส่กันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

 

Britain Football Soccer - Crystal Palace v Liverpool - Premier League - Selhurst Park - 29/10/16 Liverpool's Roberto Firmino celebrates scoring their fourth goal with Philippe Coutinho and Sadio Mane Action Images via Reuters / John Sibley Livepic EDITORIAL USE ONLY.No use with unauthorized audio, video, data, fixture lists, club/league logos or "live" services. Online in-match use limited to 45 images, no video emulation. No use in betting, games or single club/league/player publications. Please contact your account representative for further details.

นับตั้งแต่เกมเริ่มครึ่งแรกขึ้นมา ลิเวอร์พูล ก็เป็นครองบอลเหนือกว่ามาก และได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ลุ้นประตูครั้งแรกของเกม ในนาทีที่ 16 ซึ่งฝั่งทีมเยือนได้ต่อบอลกันขึ้นมาอย่างใจเย็น ตั้งแต่แนวหลัง จนกระทั่งจังหวะสุดท้าย คูตินโญ ตักบอลโด่งข้ามแนวรับ พาเลซ ออกไปทางซ้ายให้ โมเรโน่ ตวัดบอลกลับเข้ากลางส่งให้ เอมเร ชาน ยิงประตูเข้าไป ลิเวอร์พูล ขึ้นนำก่อน 1-0

 

 

ต่อมาในนาทีที่ 18 ลิเวอร์พูล ก็ได้รับโทษจากความผิดพลาดพื้นๆ ของ เดยัน ลอฟเรน ที่เคลียร์บอลไม่ดี ทำให้ แม็คอาเธอร์ รีบวิ่งเข้ามาโขกบอลสวนข้ามตัว คาริอุส เข้าประตูไป คริสตัล พาเลซ ตีเสมอสกอร์เป็น 1-1

 

 

ต่อมาในนาทีที่ 21 ฟิลิปเป้ คูตินโญ โยนลูกเตะมุมเข้ากลางมาด้วยน้ำหนักและทิศทางที่พอดี ทำให้ เดยัน ลอฟเรน เติมขึ้นมาโขกบอลเต็มหัว ส่งเข้าตาข่ายอย่างเฉียบขาด ลิเวอร์พูล ได้ทีออกนำอีกครั้ง 2-1

 

 

ในนาทีที่ 33 พาเลซ เจ้าบ้านเล่นบอลยาวจากแนวหลังมาหน้า คริสเตียน เบนเตเก้ อดีตหัวหอกหงส์แดง โขกบอลชงให้ ซาฮา ไปทางขวา ก่อนส่งกลับเข้ากลางให้ แม็คอาเธอร์ โหม่งเข้าประตูไปแบบสุดสวย คริสตัล พาเลซ ตีเสมอได้อีกครั้งสกอร์เป็น 2-2

 

 

แต่ในนาทีที่ 44 ลิเวอร์พูล ก็ได้แสดงประสิทธิภาพเกมบุกของพวกเขาอีกครั้งจากลูกเตะมุม จังหวะนี้ โจเอล มาติป วิ่งสอดขึ้นมาแบบไร้ตัวประกบ แล้วเทคตัวขึ้นโหม่งบอลเข้าประตูไป ลิเวอร์พูล ทำแต้งห่างออกไปอีกเป็น 3-2

 

 

สำหรับเกมครึ่งหลัง แม้ว่า อลัน พาร์ดิว จะแก้เกมมาได้อย่างดีจนทีมเจ้าบ้าน ได้โอกาสครองบอลและลุ้นประตูมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไร ลิเวอร์พูล ได้มากนัก

 

จนกระทั่งในนาทีที่ 71 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่งบอลจากเส้นกลางสนามทะลุขึ้นหน้าให้ เฟอร์มิโน หลุดไปชิพบอลข้ามตัว ม็องดองดา เข้าประตูไปแบบเหนือชั้น ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ยิงประตูปิดกล่อง 4-2

 

 

หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล บุกมาเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ถึงถิ่น ด้วยสกอร์ 4-2 อยู่อันดับที่สามในตารางพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีคะแนนเท่ากับ แมนฯซิตี้ และ อาร์เซนอล ทีมอันดับ 1 และ 2 แต่ต่างกันที่ประตูได้เสีย M88main.com แทงบอล พนันกีฬา คาสิโน คลิกเลย