Select Page

สุดยอดเกมรับจากฝั่งทีมชาติอิตาลี ไม่ได้มีดีแค่เกมรับ! เพราะนัดแรกของการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 เจอกับเบลเยี่ยม เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา จัดแต้มเอาชนะไปได้ที่สกอร์ 2-0 เกินความคาดหมาย!

LYON, FRANCE - JUNE 13: Emanuele Giaccherini of Italy scores the opening goal during the UEFA EURO 2016 Group E match between Belgium and Italy at Stade des Lumieres on June 13, 2016 in Lyon, France. (Photo by Ian MacNicol/Getty Images)ขุนพลอิตาลีที่ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นต่อเฉพาะเกมรับ ทำโลกเซอร์ไพรซ์ ด้วยการเอาชนะทีมชาติเบลเยี่ยมไปได้ที่ 2-0 แถมประตูที่ 2 จัดเต็มข้อในวินาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลาการแข่งขันท่วงทดเวลาบาดเจ็บ โชว์ฟอร์มเทพขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มอีได้ในที่สุด

ด้านผู้เล่นฝ่ายเบลเยี่ยม แม้ภาพรวมจะมีช่วงเวลาครองบอลนานกว่าอิตาลี แต่กลับเป็นฝ่ายไม่ได้ประตู เนื่องจากเกมแนวรับของอิตาลีนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะบุกทลายเข้าไปได้ โดยปราการหลังของอิตาลีครั้งนี้ ประกอบด้วย จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารมือเก่ง, อันเดรีย บาร์ยาซี่, ลีโอนาโด้ โบนุชชี่ และจอร์โจ้ คิเอลลินี ประสานพลังเป็นแนวรับแข็งแกร่งที่สุด ที่แม้จะต้องเจอเกมรุกแบบไม่ยั้งในช่วงครึ่งหลังจากเบลเยี่ยม ก็ยังสามารถรักษาประตูไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมโต้ ฟาดอีกหนึ่งประตูได้ในนาทีสุดท้าย จากลูกเตะเท้าขวาโดย กราเซียโน่ เปเล่

อิตาลีขึ้นนำประตูแรก1-0 จากจังหวะที่เบลเยี่ยมพลาดในนาทีที่ 32 เล่นบอลเร็ว ลีโอนาโด้ โบนุชชี่ เปิดบอลยาวส่งต่อมาให้กับ เอมานูเอเล่ จัคเครินี ยิงเสียบเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ท่ามกลางความสะใจของกองเชียร์อิตาลี โดยในนาทีต่อมา เบลเยี่ยมก็ได้โอกาสทำประตูเช่นกัน นาทีที่ 39 มารูอาน เฟลไลนี่ เปิดบอลส่งต่อให้กับอักเซล วิตเซล ยิงเต็มแรง แต่หลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย จบเกมครึ่งแรก อิตาลีนำเบลเยี่ยมอยู่ที่ 1-0

web_news_ldoqhlaiCL035528เริ่มเกมครึ่งหลังด้วยความดุดันจากทีมชาติเบลเยี่ยม ในนาทีที่ 5 ของครึ่งท้ายเอเด็น อาร์ซาร์ จ่ายบอลสั้นให้กับเควินน์ เดอ บรอยซ์ ตามด้วยโลเมรู ลูกากู บุกเข้าใกล้ประตู ยิงเข้าใส่ แต่เบียดเสาออกไปก่อน ต่อมาเป็นทีของอัซซูรี่ นาทีที่ 74 อันโตนิโอ คันเดรว่า เลี้ยงบอลมาทางฝั่งขวา เปิดต่อให้กับมาร์โก ปาโรโล ตรงต่อไปยังเอมานูเอเล่ จัดเครินี่ได้ยิง แต่ติดบล็อกของผู้เล่นเบลเยี่ยม โรล็องค์ ชิมง ทำให้บอลกระเด็นออกหลังไป

ใครที่ได้ติดตามเกมของคู่นี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เบลเยี่ยมพยามบุกแบบไม่ยั้ง เพื่อหาช่องทำประตูเพื่อตีเสมอให้ได้ แต่ก็ต้องจนใจเนื่องจากแนวรับเหนียวแน่นของทีมชาติอิตาลีปั้นมาเป็นอย่างดี แถมฝ่ายทีมชาติอัซซูรี่ยังยอมโดนกรรมการเสิร์ฟใบเหลืองไปถึง 4 ใบ เพื่อสกัดไม่ให้ผู้เล่นของเบลเยี่ยมบุกเข้าประชิดประตูเพื่อทำแต้มได้ นับเป็นชัยชนะสุดคลาสสิคที่ทีมอิตาลีทำได้แบบไร้ที่ติ เก็บ 3 แต้มและขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มอีไปเป็นที่เรียบร้อย