Select Page

นักเทนนิสระดับแนวหน้าของโลก ‘แอนดี้ เมอเรย์’ ถือได้ว่าเป็นบิ๊กโฟร์แห่งวงการนักเทนนิสชายเดี่ยวอาชีพ ร่วมกับนักกีฬาเทนนิสชายเดี่ยวอีกสามคน คือ โนวัค ยอโควิค, โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ และราฟาเอล นาดาล แม้ว่าแอนดี้ เมอเรย์ จะยังไม่ได้แชมป์แกรนด์สแลมเยอะเท่านักเทนนิสคนอื่นๆในบิ๊กโฟร์ก็ตาม ซึ่งในทุกรายการที่เขาได้เข้าชิงชนะเลิศ เขากลับต้องพ่ายแก่ โนวัค ยอโควิค หรือ โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ หลายคราวไป

murray

แอนดี้ เมอเรย์ เคยทำสถิติไม่แพ้ตลอดทั้งการแข่งขันบนคอร์ทหญ้า ในรายการแข่งขันเทนนิส ออล อิงแลนด์ คลับ ถึงสองสมัย ซึ่งถือเป็นนักเทนนิสชายเดี่ยวชายเดี่ยวที่สามารถทำสถิติได้ นับตั้งแต่ โจเซียท์ ริคชี่ เคยทำไว้ได้ในคอร์ทเดียวกันที่ลอนดอน เมื่อ ปี ค.ศ.1908

ในคราวที่ แอนดี้ เมอเรย์ คว้าแชมป์ ออล อิงแลนด์ คลับ ได้ เขาได้กล่าวว่า “นี้คือรางวัลอันดับหนึ่งของผม ซึ่งเป็นชัยชนะที่สำคัญที่สุดในชีวิต ผมได้พ่ายแพ้หลายครั้งในการเป็นนักเทนนิสอาชีพ และนี้ก็คือทางที่ดีที่สุดที่เรียกฟอร์มกลับคืนมา หลังจากนัดชิงชนะเลิศวิมเบิลดัน”

หลังจากที่ แอนดี้ เมอเรย์ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ ผลงานของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่กี่เดือนถัดมา เขาได้แข่งขันกับ โนวัค ยอโควิช ใช้เวลาถึงสี่ชั่วโมง แข่งขันกันสี่เซต ในรายการยูเอส โอเพ่น ซึ่ง แอนดี้ เมอเรย์ ก็สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรานการนี้มาครองได้ ทำสถิติเป็นแชมป์ชายเดี่ยวคนแรกหลังจากที่ เฟร็ด เพอร์รี่ เคยทำได้เมื่อ ค.ศ.1936 และในปีต่อมาเขาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์แก่วงการเทนนิสวิมเบิลดัน ด้วยการเอาชนะ โนวัน ยอโควิช ในรอบสุดท้าย และคว้าชัยชนะรายการนี้มาครอง M88

สำหรับโอลิมปิก ริโอ 2016 ที่กำลังจะมาถึงนี้ แอนดี้ เมอเรย์ ได้ทุ่มเทในการฝึกซ้อมอย่างหนักที่ศูนย์กีฬาบาร์ร่า ซึ่งเขาพยายามเพื่อที่จะทำสถิติเป็นนักเทนนิสชายเดี่ยวคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้สองสมัย เขากล่าวว่า “การแข่งขันโอลิมปิกนั้นสำคัญกับผม ผมชอบประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้รับตลอดทัวร์นาเมนท์ ทั้งที่ปักกิ่ง 2008 และลอนดอน 2012 ที่ๆผมได้เหรียญทอง นั้นทำให้ผมได้สัมผัสถึงความพิเศษของการแข่งขันโอลิมปิก”