Select Page

หลังจากได้โชว์ลีลาสั่งการเพื่อนร่วมทีมข้างสนามในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูโร 2016 จนทีมชาติ โปรตุเกส คว้าแชมป์ได้สำเร็จ คริสเตียโน โรนัลโด ได้ออกมายอมรับว่า เขามีโอกาสที่เขาจะเป็นกุนซือแบบจริงจังในอนาคตหลังแขวนเกือกเช่นกัน


1-cristiano-ronaldos-debut-as-a-manager-for-c

“สำหรับในตอนนี้ผมยังไม่อยากเป็นผู้จัดการทีมหรอกนะ มันค่อนเป็นอะไรข้างซับซ้อน ตอนนี้ผมอยากจะโฟกัสกับการเล่นฟุตบอลก่อน แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าในอนาคตจะมีอะไรรออยู่”

 

 

“บางทีในอีก 5, 6, หรือ 7 ปีข้างหน้า ผมอาจจะเปลี่ยนใจแล้วไปทำหน้าที่ผู้จัดการทีมก็ได้” ดาวเตะของ เรอัล มาดริด กล่าว M88main แทงบอล พนันกีฬา คาสิโน คลิกเลย

 

ในปัจจุบันนี้ โรนัลโด ยังเหลือสัญญาค้าแข้งกับทีม ราชัน ชุดขาว อีกสองปี แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยังเยี่ยมยอดเขาก็มีโอกาสได้ต่อสัญญาออกไป แม้ว่าจะมีอายุ 31 กะรัตแล้วก็ตาม

 

 

คริสเตียโน โรนัลโด ไม่ได้เป็นเพียงนักเตะซุปเปอร์สตาร์ของสโมสร เรอัล มาดริด แต่เขาเป็นคนดังระดับโลกด้วย เพราะ อีเอสพีเอ็น ได้รายงานว่า เขาเป็นบุคคลสาธารณะที่มีผู้ติดตามผ่านสื่อโซเชียลมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลกเลยทีเดียว

 

 

ซึ่งดาวเตะกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ได้มีผู้ติดตามในสื่อโซเชียล ทั้ง เฟซบุ๊ค, อินสตราแกรม รวมไปถึง ทวิตเตอร์ จำนวน 238 ล้านคน ซึ่งมีเพียง เทย์เลอร์ สวิฟฟ์ นักร้องเพลงป็อปสาวชาวอเมริกาชื่อดังเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จำนวนผู้ติดตามเหนือกว่าเขาด้วยจำนวน 246 ล้านคน

 

คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส เล่นในตำแหน่งกองหน้า ปัจจุบันลงสนามให้สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ใน ลาลีกา สเปน และดำรงตำแหน่งกัปตันทีมชาติโปรตุเกสคนปัจจุบันด้วย

 

 

สำหรับ คริสเตียโน โรนัลโด ได้ลงสนามในนามทีมเยาวชนของสโมสร อันดูรินญา เป็นเวลา 2 ปี ก่อนย้ายไปสโมสร นาซีอองนาล เมื่อปี 1997 เขาได้เซ็นสัญญาให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน สโมสรใหญ่แห่ง โปรตุเกส หลังจากนั้น เมื่อปี 2003 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซื้อตัว โรนัลโด มาอยู่กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์

 

 

สำหรับ โรนัลโด ถือว่าเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก เมื่อย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาอยู่กับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ และยังได้รับค่าเหนื่อยในการลงสนามให้กับ ทีมราชัน ชุดขาว ประมาณ 12 ล้านปอนด์/ปี ทำให้ โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลกในขณะนั้นด้วย